
หน่วยที่ 6 การทำสุญญากาศ
วัตถุประสงค์ทั่วไป
6.1 หลักการทำสุญญากาศระบบปรับอากาศ
6.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทำสุญญากาศ
6.3 การตรวจรั่วระบบเครื่องปรับอากาศ
6.4 การทำสุญญากาศเครื่องปรับอากาศ
วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
6.1 อธิบายเกี่ยวกับการทำสุญญากาศได้ถูกต้อง
6.2 สามารถเลือกใช้เครื่องมือในการทำสุญญากาศได้ถูกต้อง
6.3 อธิบายวิธีการตรวจรั่วระบบเครื่องปรับอากาศได้ถูกต้อง
6.4 อธิบายขั้นตอนการทำสุญญากาศเครื่องปรับอากาศได้ถูกต้อง
6.5สามารถทำสุญญากาศเครื่องปรับอากาศได้ถูกต้อง




หน่วยที่ 6 การทำสุญญากาศ
1. หลักการทำสุญญากาศระบบปรับอากาศ
การทำสุญญากาศระบบเครื่องปรับอากาศ เป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งในการซ่อมบำรุงและเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการบรรจุสารทำความเย็นเข้าระบบ การทำสุญญากาศ คือ การใช้ เครื่องทำสุญญากาศดูดอากาศที่เรียกว่า แวคคั่มปั๊ม ดูดเอาอากาศและความชื้นภายในระบบปรับอากาศออกเพื่อให้ภายในระบบท่อสารทำความเย็นเป็นสุญญากาศ
1.1 ถ้ามีอากาศหลงเหลืออยู่ในระบบท่อสารทำความเย็น อากาศจะถูกอัดให้มารวมอยู่ทางด้านแรงดันสูง ทำให้แรงดันใน คอนเดนเซอร์มีค่าสูง
1.2 อากาศและความชื้นเมื่อรวมตัวกับน้ำมันหล่อลื่น จะทำให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นลดลง ชิ้นส่วนที่เสียดสีกันจะสึก หลอเร็ว
1.3 ความชื้นเมื่อรวมตัวกับสารทำความเย็นจะทำปฏิกิริยากัน เกิดเป็นกรดเกลือกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในคอมเพรสเซอร์ ให้ชำรุดได้ความชื้นทำให้ระบบเกิดการอุดตันขึ้นได้
2. เครื่องมือในการทำสุญญากาศ
เครื่องมือในการทำสุญญากาศประกอบด้วย เครื่องมือ 2 ชนิด
2.1 เกจแมนิโฟลด์ (Gauge Manifold) เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นมากในการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ ใช้ต่อกับระบบปรับอากาศเพื่อวัดค่าความเป็นสุญญากาศหรือค่าแรงดันที่ต่ำกว่าบรรยากาศ วัดค่าแรงดันเหนือบรรยากาศ และวัดอุณหภูมิจุดเดือดของสารทำความเย็นที่ค่าแรงดันต่าง ๆ กันได้
.png)
2.1.1 เกจวัดแรงดันทางต่ำ หรือ คอมเปานด์เกจ (Compound Gauge)
ใช้วัดค่าแรงดันต่ำกว่าบรรยากาศได้ถึง 30 นิ้วปรอท (in.Hg) และวัดค่าแรงดันเหนือบรรยากาศจาก 0-250 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psig)
2.1.2 เกจวัดแรงดันทางสูง หรือ เพรสเชอร์เกจ (Pressue Gauge)
ใช้วัดค่าความแรงเหนือบรรยากาศจาก 0-500 psig และวัดค่าอุณหภูมิควบแน่นของสารทำความเย็น
2.2 เครื่องทำสุญญากาศ (Vacuum Pump)
เครื่องทำสุญญากาศทำหน้าที่ดูดอากาศและความชื้นในระบบปรับอากาศออกจนระบบเป็นสุญญากาศ และไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่เลย ปัจจุบันเครื่องทำสุญญากาศที่นิยมใช้เป็นแบบพิเศษ หรือ แบบไฮแวคคั่มปั๊ม (High vaccum pump) ที่สามารถดูดอากาศประสิทธิภาพสูง สามารถดูด อากาศในระบบปรับอากาศให้มีความกดดันต่ำลงได้ถึง 50 ไมครอนหรือประมาณ 29.99 นิ้วปรอท (in.Hg VAC)
3. การตรวจรั่วระบบเครื่องปรับอากาศ
3.1 วิธีการตรวจรั่ว มี 2 วิธีดังนี้
3.1.1 โดยการใช้เครื่องทำสุญญากาศดูดอากาศในระบบปรับอากาศผ่านเกจแมนิโฟลด์รอจนระบบเป็นสุญญากาศเข็มจะชี้ที่ 29.99 นิ้ว ปรอท (in.Hg VAC) แล้วปิดวาล์วทั้งสองด้านของเกจแมนิโฟลด์ รอประมาณ 15 นาที ถ้าเข็มเลื่อนเข้าหาเลข 0 แสดงว่าระบบรั่ว
3.1.2 โดยใช้แก๊สไนโตรเจนเพื่อตรวจรั่ว
3.2 ขั้นตอนการตรวจรั่วโดยการอัดแก็สไนโตรเจนเข้าระบบ
การตรวจรอยรั่วโดยใช้แก๊สไนโตรเจน มีขั้นตอนดังนี้
3.2.1 ต่อสายเกจวัดแรงดันทางสูง หรือ เพรสเชอร์เกจ เข้ากับวาล์วบริการของท่อทางดูด
3.2.2 ต่อสายกลางของเกจแมนิโฟลด์เข้ากับสายที่ต่อมาจากถังแก๊สไนโตรเจน
3.2.3 ปิดวาล์วของเกจแมนิโฟลด์ทั้ง 2 ด้าน
3.2.4 หมุนวาล์วควบคุมแรงดันที่หัวถังแก๊สไนโตรเจน ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาออกจนสุด
3.2.5 เปิดวาล์วหัวถังไนโตรเจน 2-3 รอบในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
3.2.6 ดูที่เกจวัดแรงดันตัวแรก (ตัวใกล้ถัง) จะแสดงแรงดันแก๊สไนโตรเจนที่มีในถัง
3.2.7 เปิดวาล์วควบคุมแรงดันที่ชุด Recgulator ในทิศทางตามเข็มนาฬิกาให้ได้แรงดันประมาณ 120 - 150 psig
3.2.8 เปิดวาล์วเพรสเชอร์เกจให้แก๊สไนโตรเจนไหลเข้าเครื่องปรับอากาศให้ได้แรงดันที่ 30 psig แล้วปิดวาล์ว
3.2.9 ใช้ฟองสบู่เช็คตามรอยต่อจุดต่าง ๆ
3.2.10 เพิ่มแรงดันแก๊สไนโตรเจนเข้าไปในระบบเครื่องปรับอากาศโดยการเปิดวาล์วเพรสเชอร์เกจ ให้ได้แรงดันที่ 120 psig แล้วปิดวาล์ว
3.2.11 ใช้ฟองสบู่ตรวจรอยรั่วอีกรอบ
3.2.12 ถ้าพบรอยรั่วจะเห็นฟองสบู่โปร่งพองขึ้น
3.2.13 ปิดวาล์วถังไนโตรเจนโดยการหมุนตามเข็มนาฬิกาจนสุด จากนั้นให้เปิดวาล์วด้านคอมเปานด์เกจ เพื่อปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกให้หมด
3.2.14 ปิดวาล์วลดแรงดันโดยการหมุนทวนเข็มนาฬิกาออกในตำแหน่งฟรี
3.2.15 ถอดสายกลางของเกจแมนิโฟลด์ออกจากสายที่ต่อมาจากถังไนโตรเจน
3.2.16 เก็บสายแก๊สไนโตรเจนให้เรียบร้อย
3.2.17 เปิดวาล์วเพรสเชอร์เกจ ให้แก๊สไนโตรเจนไหลออกจากเครื่องปรับอากาศโดยเหลือแรงดันในระบบประมาณ 40 psig แล้วปิดวาล์ว
4. การทำสุญญากาศเครื่องปรับอากาศ
ในระบบปรับอากาศ การทำสุญญากาศจะกระทำเมื่อระบบได้รับการตรวจซ่อมและตรวจรั่วเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะบรรจุสารทำความเย็น ซึ่งจำเป็นต้องดูดอากาศและความชื้นออกเพื่อให้ระบบปรับอากาศเป็นสุญญากาศและไม่มีความชื้น ดังนั้นขั้นตอนการทำสุญญากาศระบบปรับอากาศจึงเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญขั้นตอนหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ในการทำสุญญากาศจะแสดงเกี่ยวกับการทำสุญญากาศของเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type Aircondition) การทำสุญญากาศเครื่องปรับอากาศ (กรณีมีวาล์วบริการทั้ง 2 ท่อ)
4.1 นำสายเกจแมนิโฟลด์ทั้งสองเส้น คือ สายคอมเปานด์เกจ เส้นสีน้ำเงินและสายเพรสเชอร์เกจ เส้นสีแดง ต่อเข้ากับวาล์วบริการ ของเครื่องปรับอากาศ
4.2 ต่อสายสีเหลืองของเกจแมนิโฟลด์ต่อเข้ากับเครื่องทำสุญญากาศ
4.3 ทำการเปิดสวิตช์ให้เครื่องของเครื่องทำสุญญากาศทำงาน
4.4 ทำการเปิดวาล์วเกจแมนิโฟลด์ทางด้านแรงดันต่ำและแรงดันสูงโดยการหมุนทวนเข็มนาฬิกา
4.5 เดินเครื่องทำสุญญากาศทิ้งไว้ 5 นาที หรือเข็มคอมเปานด์เกจลดลงถึง 30 นิ้วปรอท
4.6 ทำการปิดวาล์วคอมเปานด์เกจและเพรสเชอร์เกจ โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา
4.7 ทำการปิดสวิตช์เครื่องทำสุญญากาศ
4.8 สังเกตเข็มของคอมเปานด์เกจ เมื่อปิดเครื่องทำสุญญากาศแล้วเข็มมีการเคลื่อนที่หรือไม่ภายใน 5 นาที ถ้าเข็มมีการเคลื่อน แสดงว่ามีรอยรั่วต้องกลับไปตรวจหารอยรั่ว
4.9 เปิดเครื่องทำสุญญากาศให้ทำงานอีกครั้งโดยใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที
4.10 เปิดวาล์วคอมเปานด์เกจและเพรสเชอร์เกจ โดยการหมุนทวนเข็มนาฬิกา
4.11 เมื่อทำสุญญากาศครบตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วทำการปิดวาล์วเกจแมนิโฟลด์ทั้งสองด้าน โดยการหมุนตามเข็มนาฬิกาเข้า จนสุด
4.12 ทำการปิดสวิตช์เครื่องทำสุญญากาศ
4.13 ถอดสายสีเหลืองของเกจแมนิโฟลด์ออกจากเครื่องทำสุญญากาศ และบรรจุสารทำความเย็นเป็นลำดับต่อไป